การเตรียมความพร้อมก่อนการจัดฟัน

–การเตรียมความพร้อมทางด้านสุขภาพและโรคประจำตัว
โดยผู้ที่ต้องการจัดฟันควรมีสุขภาพดี ไม่มีโรคติดต่อหรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้เกิดปัญหาต่อการจัดฟัน หรือในผู้ที่บางรายที่เสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกได้ง่าย หรือการรับประทานยาละลายลิ่มเลือดที่ส่งผลต่อการเกิดเลือดออกได้ง่ายระหว่างการจัดฟันควรแจ้งทันตแพทย์ นอกจากนี้ควรมีการแจ้งรายละเอียดในการเเพ้ยาให้แพทย์ทราบ รวมทั้งอันตรายและการบาดเจ็บที่ผ่านมาจากความผิดปกติของใบหน้า บริเวณที่มีกระดูกหักที่ใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นกราม กระดูกโหนกแก้ม เป็นต้น รวมทั้งการรักษาที่ผ่านมา เช่น การใส่เหล็กเพื่อยึดกระดูกที่บริเวณใบหน้า เพื่อความปลอดภัยของผู้จัดฟัน รวมทั้งผู้ที่จัดฟันควรดูแลไม่ให้ตนเองเกิดโรคเรื้อรังต่างๆที่ส่งผลต่อสุขภาพช่องปากตามมา

–การเตรียมความพร้อมของสุขภาพภายในช่องปาก
การเตรียมความพร้อมของสุขภาพภายในในช่องปากเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ โดยผู้ที่จะจัดฟันจะต้องมีการดูเเลความสะอาดเเละจัดการปัญหาในช่องปากเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฟันผุ คราบหินปูน การอุดฟัน ถอนฟัน หรือการรักษารากฟัน เพื่อให้ฟันนั้นอยู่ในสภาพที่ดีและแข็งแรงมากที่สุดก่อนการจัดฟันรวมทั้งการดูแลไม่ให้เกิดโรคเรื้อรังในช่องปาก การดูแลเหงือกไม่ให้เกิดปัญหาในช่องปากที่จัดการได้ยาก เมื่อมีการจัดฟันแล้ว โดยทันตแพทย์จะมีการตรวจฟันโดยละเอียดก่อนการจัดฟัน เพื่อเป็นการประเมินความผิดปกติและแนะนำให้ทำการรักษาตั้งแต่แรกเริ่มเพื่อลดการเกิดปัญหาภายในช่องปากที่ลุกลามตามมา

–การเตรียมพร้อมด้านภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตประจำวัน
ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดฟันในเรื่องของภาพลักษณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้น การเกิดปัญหาหารพูด ทำให้พูดไม่ค่อยชัดเมื่อมีการติดเครื่องมือในระยะแรก การรับประทานอาหารที่ไม่สะดวก เคี้ยวได้ช้าลง เศษอาหารติดฟันง่ายขึ้น การมีปัญหากลิ่นปากสะสม รวมทั้งการเกิดบาดแผลในช่องปากได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในระยะเเรกผู้จัดฟันจะมีอาการเจ็บเมื่อมีการใส่ยางแยกฟัน หรือการเปลี่ยนยางในแต่ละเดือน รวมทั้งอาจรบกวนในบางช่วงวัย เช่น เด็กในวัยเรียนอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้มาก เนื่องจากแรงดึงในการจัดฟัน ทำให้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้สิ่งที่เป็นปัญหาในการจัดฟันในปัจจุบันนั้น คือ การหลีกเลี่ยงการจัดฟันแฟชั่น การจัดฟันแฟชั่นนั้นเป็นการใช้เครื่องมือการจัดฟันที่ไม่ได้มาตรฐาน การจัดฟันที่ใช้อุปกรณ์ในการจัดฟันที่ไม่มีคุณภาพ รวมทั้งมีการปนเปื้อนสารเคมีที่มีการหลุดลอกเมื่อมีการสัมผัสกับอาหรที่มีความเป็นกรดด่าง ความร้อนความเย็น โลหะหนักต่างๆที่ทำอันตรายต่อร่างกาย เช่น ซิลิเนียม โครเมียม และสารหนู เป็นต้น รวมทั้งการเกิดสนิมที่ลวดยึดฟัน ผลเสียจึงเกิดในส่วนที่ประกอบเป็นอุปกรณ์ในการเลียนแบบ ส่งผลเสียให้เกิดการระคายเคืองในช่องปาก เกิดปัญหาสุขภาพและฟันเรื้อรังได้ เช่น การเกิดแผล ฟันผุ การที่ฟันล้ม การจัดเรียงของฟันนั้นมีความผิดปกติเกิดขึ้น ทำให้เกิดอาการเสียวฟัน เลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดฟันที่ไม่ได้คุณภาพ การจัดฟันอาจเกิดผลเสียทำให้ฟันนั้นล้มได้ง่าย เเต่ทั้งนี้ขึ้นกับการดูแลและการใส่ Retener อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการดูแลสุขภาพในช่องปากเเละฟันให้ดีอยู่อย่างสม่ำเสมอ ควรหลีกเลี่ยงการกัดอาหารที่แข็งและเหนียวที่อาจส่งผลให้อุปกรณ์ที่ติดเครื่องมือเสียหายได้

ค่าใช้จ่ายต่างๆของการจัดฟัน
โดยส่วนใหญ่แล้วมักพบการจัดฟันก่อนการทำศัลยกรรมใบหน้า เพื่อเป็นการทำให้รูปหน้านั้นมีความเข้าที่ เช่นก่อนการเสริมจมูก หรือการปรับรูปหน้าคางให้เรียว โดยผลส่วนใหญ่ของการจัดฟันที่อาจเป็นได้ คือ การทำให้น้ำหนักลดในระยะแรกเนื่องจากการรับประทานอาหารลำบาก การมีรูปหน้าที่เรียวขึ้น แต่ในบางรายอาจมีปัญหาเรื่องของอาการเสียวฟันได้หลังการจัดฟัน นอกจากนี้ในส่วนของราคาค่าใช้จ่ายในการจัดฟันจะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ ที่ใช้ วิธีการ และการเตรียมความพร้อมภายในช่องปาก โดยการจัดฟันโดยใช้เครื่องมือแบบถอดได้ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 4,000-10,000 บาท การจัดฟันโดยใช้เครื่องมือติดแน่นแบบโลหะราคาจะอยู่ที่ประมาณ 40,000-50,000 บาท ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกตามความเหมาะสม

โดยในส่วนค่าใช้จ่ายส่วนแรกของการจัดฟันนั้นจะต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนย่อย ไม่ว่าจะเป็นการอุดฟัน มีทั้งแบบการอุดฟันชั่วคราว ราคายู่ที่ประมาณ 200-300 บาท อุดฟันแบบสีเหมือนฟันราคายู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท การถอนฟันราคาอยู่ที่ 400-800 บาท การขูดหินปูนประมาณ 500-1,000 บาท ในส่วนของรายละเอียดในการพิมพ์แบบฟันในครั้งแรกเพื่อที่แพทย์จะทำการประเมินสภาพของฟันอยู่ที่ราคาประมาณ 1,000 บาท การเอ็กซเรย์รูปฟัน ( Cephalogram ) 2 ฟิล์มราคาอยู่ที่ 800-1,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการทำประวัติ 1,000 บาท

การเริ่มต้นติดเครื่องมือจัดฟันในครั้งแรกทั้งฟันบน และฟันล่าง ราคาอยู่ที่ 13,000 บาท และจะมีการติดตามอาการเพื่อเปลี่ยนยางและลวดยึดที่ฟัน ชำระค่ารักษาเดือนละ 1 ครั้งๆ ละประมาณ 1,000 บาท ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใส่รีเทนเนอร์ (Retainer)ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใส่หลังจัดฟันเสร็จเพื่อเป็นการคงรูปแบบการจัดเรียงตัวฟัน 2 ชิ้น ฟันบน, ล่าง รวมประมาณ 3,000- 4,000 บาท โดยราคาที่กล่าวมาข้างต้นอยู่ที่การกำหนดของสถานพยาบาลแต่ละแห่งอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย และระยะเวลาส่วนใหญ่ที่ใช้ในการจัดฟันอยู่ที่ 3-5 ปี ตามแต่สภาพปัญหาฟันของแต่ละบุคคลว่ามีความยากง่ายเพียงใด

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญในการจัดฟัน จึงต้องมีการคำนึงถึง ความพร้อมในด้านต่างๆทั้งสุขภาพช่องปากและฟัน ค่าใช้จ่าย และควรเลือกสถานบริการในการจัดฟันโดยผู้เชี่ยวชาญในการจัดฟันเฉพาะทาง (Orthodontic specialist ) เพื่อลดการเกิดปัญหาสุขภาพปากและฟันตามมาได้ นอกจากนี้การตรวจตามนัดทุกครั้งโดยผู้จัดฟันต้องมีวินัยเป็นหลักสำคัญ เพื่อให้การจัดฟันมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Credit https://www.idolsmiledental.com/ดัดฟัน/