นิกรชี้ปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องของพลังประชารัฐ

“นิกร” ปัดตอบ “ดำรง พิเดช” พร้อมเป็นฝ่ายค้านอิสระหากเก้าอี้ รมต.เป็นโควต้าพรรคชาติไทยพัฒนา โยน ผลกระทบจัดตั้งรัฐบาลให้เป็นเรื่องของพลังประชารัฐ ระบุ พรรคไม่ได้พูดคุย รมต.ต้องลาออก ส.ส.

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า วันนี้ (18 มิ.ย.) พรรคชาติไทยพัฒนา มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค การประชุมคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมของพรรค และการประชุม ส.ส.พรรค โดยที่ประชุมได้แจ้งให้คณะกรรมการนโยบายฯ ทราบว่า ทางพรรคได้ส่งหนังสือชี้แจงไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว หลังจากที่ กกต.มีหนังสือส่งมายังพรรคการเมืองว่า มีการร้องเรียนไปยัง กกต.เรื่องพรรคการเมืองกำหนดนโยบายในการโฆษณาหาเสียงไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 57 ของกฎหมายพรรคการเมือง โดยพรรคได้จัดทำคำชี้แจงนโยบายของพรรคทั้ง 7 ด้านส่งไปยัง กกต.เพื่อยืนยันว่าดำเนินการตามมาตรา 57 ของกฎหมายพรรคการเมือง

ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการฯได้นำนโยบายเร่งด่วน 7 ด้านและนโยบายพรรค 9 ด้านมาพิจารณา อาทิ ด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ที่จะรวมไว้ด้วยกันให้การทำงานมีประสิทธิภาพ โดยจะเสนอและบรรจุเป็นนโยบายของรัฐบาลเท่าที่จะได้ ส่วนด้านนิติบัญญัติ ได้หารือกันว่า จะผลักดันนโยบายด้านสังคมของพรรค เรื่อง พัฒนายกระดับระบบความปลอดภัยสาธารณะ โดยจะยกร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีจราจร เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันให้กฎหมายได้รับการพิจารณาให้เร็วขึ้น หลังจากที่เคยเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อครั้งสมัยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนที่พรรคหาเสียงไว้

สำหรับการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมของพรรค จะพิจารณาและให้ความเห็นชอบข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา พ.ศ.2562 ขณะที่ การประชุม ส.ส.ของพรรค จะพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และชี้แจงผลการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อที่ประชุมให้ได้รับทราบ

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโควต้าของพรรคแน่นอนแล้วหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า ขณะนี้ก็มีที่เป็นไปตามข่าวที่พรรคจะได้รับ แต่โดยมารยาททางการเมืองยังมีอีกหลายขั้นตอน และการตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรี นอกจากนี้ ไม่ขอพูดถึงผลกระทบที่พรรคต่างๆจะได้รับ หากพรรคได้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายหลังนายดำรง พิเดช ส.ส.พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ประกาศท่าทีพร้อมเป็นฝ่ายค้านอิสระ หากโควต้านี้เป็นของพรรค พร้อมระบุ ข้อตกลงก็ยังเป็นข้อตกลง แต่ไม่ขอให้ความเห็นเรื่องนี้ เราแค่นิ่ง เป็นเรื่องปกติในการจัดตั้งรัฐบาล ผลกระทบจะเป็นอย่างไรเป็นเรื่องของแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

สำหรับการมองว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ นายนิกร กล่าวว่า รัฐบาลที่มีเสียงมากก็อันตราย มีเสียงน้อยก็อันตราย แต่ทุกอย่างมีผลสองทาง เพราะในภาวะที่ล่อแหลมนั้น คนก็จะระวังตัวเป็นพิเศษ

นายนิกร ยังกล่าวว่า ที่ประชุมพรรคไม่ได้พูดคุยว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อจะต้องลาออกจากการเป็น ส.ส.เมื่อไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และคิดว่า ในพรรคคงไม่มีปัญหาใดในเรื่องนี้ ซึ่งกฎหมายก็ไม่ได้กำหนดว่าต้องลาออก เพราะหากลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. และมีการปรับคณะรัฐมนตรีในภายหลัง บุคคลเหล่านี้ก็จะเคว้งคว้าง.