พบซากมนุษย์โบราณในถ้ำใต้น้ำเม็กซิโก

คณะนักโบราณคดีที่กำลังทำการสำรวจถ้ำใต้น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่เพิ่งค้นพบในประเทศเม็กซิโกเมื่อเร็วๆ นี้ เผยการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ อายุกว่า 9,000 ปี และกระดูกสัตว์หลายชนิด ที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลกในยุคน้ำแข็ง สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานจากกรุงเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่า เมื่อเดือนที่แล้วคณะนักวิจัยค้นพบเครือข่ายถ้ำใต้น้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง

ซัค อัคตัน และดอส โอฮอส ที่เชื่อมต่อถึงกันระยะทาง 347 กม. ในคาบสมุทรยูคาตัน ทางภาคตะวันออกของเม็กซิโก ซึ่งเชื่อว่าเป็นถ้ำน้ำท่วมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และโครงการสำรวจภายในถ้ำที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันมานุษวิทยาและประวัติศาสตร์แห่งชาติเม็กซิโก (ไอเอ็นเอเอช) คาดว่าขะช่วยไขปริศนาครั้งใหม่ เกี่ยวกับอารยธรรมชนเผ่ามายายุคโบราณ นอกจากซากโครงกระดูกมนุษย์แล้ว การสำรวจเครือข่าย 2 ถ้ำทีมนักโบราณคดียังพบกระดูกของหมียักษ์ สัตว์โบราณคล้ายช้าง เซรามิก ภาพแกะสลักบนผนังถ้ำ รวมทั้งแท่นบูชาเทพเจ้าแห่งสงคราม และเทพเจ้าการค้าของชนเผ่ามายา  จากการตรวสจสอบของไอเอ็นเอเอช เชื่อว่าน้ำไหลเข้าท่วมภายในถ้ำหลายครั้ง จนถึงระดับ 100 เมตร จนถึงช่วงสุดท้ายของยุคน้ำแข็งไพลสโตซีน เมื่อประมาณ 2.6 ล้าน – 11,700 ปีก่อน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews