รถรับจ้างขนของ แบตเตอรี่ แห้ง กับ น้ำ แบบไหนดีกว่ากัน

รถรับจ้างขนของ แบตเตอรี่ แห้ง กับ น้ำ แบบไหนดีกว่ากัน เชื่อได้เลยว่า หลายคนส่วนใหญ่ที่เลือกใช้รถยนต์ส่วนตัว แต่อาจจะยังคงไม่รู้อย่างแท้จริงว่า แบตเตอรี่ แห้ง กับ น้ำ แตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนถึงจะดีกว่ากัน ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปค้นพบกับคำตอบที่แท้จริง รวมไปถึงการสรุปประเด็นหลัก ๆ สั้น ๆ เกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยนต์ทั้งสองรูปแบบนี้ ซึ่งรายละเอียด มีดังต่อไปนี้

แบตเตอรี่ แห้ง และ กึ่งแห้ง คืออะไร?

หากจะให้กล่าวถึง แบตเตอรี่แห้ง และ กึ่งแห้ง ต้องขอบอกเลยว่า ทั้งสองรูปแบบนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งเวลาใช้จะต้องมีการเติมน้ำกรดลงไป และทำการชาร์จไฟเรียบร้อยแล้วจากโรงงานหรือผู้ผลิต ซึ่งในส่วนของการชาร์จ มักจะเป็นไปตามมาตรฐานของโรงงานผู้ผลิต

แต่ที่แน่นอนก็คือ แบตในรูปแบบนี้ จะยังคงมีรูที่เอาไว้เติมน้ำกลั่นให้เห็นอยู่ ในช่วงตลอดอายุการใช้งาน อาจจะต้องทำการเติมน้ำกลั่นเพิ่มเติม ส่วนข้อดีของแบตรถยนต์ในรูปแบบนี้ คือ มีการพัฒนาตัวแผ่นธาตุ ไม่ว่าจะเป็นการเดินโครงตะกั่ว ส่วนผสมที่เพิ่มเติม และ ระบบฝาสองชั้น ส่งผลทำให้แบตรถยนต์ในรูปแบบนี้ จะสามารถลดการสูญเสียของน้ำกรดไปได้ค่อนข้างสูง นั่นเองค่ะ

แบตเตอรี่แบบน้ำ คืออะไร?

สำหรับแบตรถยนต์แบบน้ำ ถือได้ว่าเป็นแบตรถยนต์แบบดั้งเดิม และมีความแตกต่างไปจากแบตแห้ง อย่างมาก ซึ่งทางร้านที่ขายและทำการจัดจำหน่ายแบต จะทำการเติมน้ำกรดและชาร์จไฟเองเสมอ มาตรฐานในการเติมน้ำกรดและชาร์จไฟ จึงเป็นไปในลักษณะที่ไม่แน่นอนเท่าไหร่นัก เพราะต้องขึ้นอยู่กับทางร้านค้าโดยตรง

แต่สำหรับแบตแบบน้ำนี้ ควรชาร์จไฟต้องไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะแบตรถยนต์ในรูปแบบนี้จะสูญเสียน้ำค่อนข้างมาก และยิ่งถ้าหากเป็นรถที่ใช้งานหนัก อาจจะต้องทำการเติมน้ำกลั่นตลอดเวลา หรือ ทุกสัปดาห์ ยิ่งถ้าหากผู้ใช้ปล่อยให้น้ำแห้งเมื่อไหร่ แบตแบบน้ำก็จะเสียทันที

ข้อดีของแบตเตอรี่ แห้ง

แบตแห้ง เป็นแบตรถยนต์ที่สามารถดูแลและรักษาได้ง่าย ไม่ยุ่งยากเท่าไหร่นัก
เป็นแบตชนิดที่มีการชาร์จไฟ และ ต้องเติมน้ำกรดจากโรงงาน ทำให้มีมาตรฐานเท่ากันทุกลูก
แบตแห้ง เป็นแบตรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าแบบน้ำ แถมแอมป์ยังคงสูงกว่า และ ค่า CCA ก็เยอะกว่า

ข้อดีของแบตเตอรี่ น้ำ

ราคาแบบน้ำ จะถูกกว่า แบบ แห้ง
อายุการใช้งานของแบตแบบน้ำ จะนานกว่า แบตแบบแห้ง ยิ่งถ้าหากมีการดูแลรักษาอย่างดี อาจจะนานกว่า แบตแห้ง 3 – 5 เดือนเลยทีเดียว
เทคโนโลยีมาถึงจุดสูงสุดแล้วในตอนนี้

จะเห็นได้ว่า จากข้อดีของแบตแห้ง และ แบตน้ำ ซึ่งมีลักษณะของข้อดีที่แตกต่างกันออกไป แต่ยังคงทำให้เราสามารถเปรียบเทียบได้ว่า แบตแห้ง มีเทคโนโลยีและพัฒนาไปไกลกว่าแบบน้ำอย่างมาก แถมในเรื่องของความสะดวกสบายผ่านการใช้งานของแบตรถยนต์แบบแห้ง ยังคงดูแลรักษาได้ง่ายกว่าแบตแบบน้ำอย่างมากอีกด้วย